หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 2/4 ต่อไป
วิชาการบัญชีขั้นต้น 2 : รหัสวิชา 05-410-102
หน่วยที่ 16 การบัญชีสำหรับกิจการได้มุ่งหวังกำไร - ลักษณะของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร - ประเภทบัญชีของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร - งบการเงินของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร - งบรายรายรับ รายจ่าย - งบรายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์

ภาพที่ 16.1 ลักษณะกิจการที่ไม่หวังผลกำไร
ภาพที่ 16.2 รูปแบบการแสดงบรายรับค่าใช้จ่าย
ภาพที่ 16.3 รูปแบบการแสดงงบรายได้กลางหน้ากระดาษ


หน่วยที่ 16 การบัญชีสำหรับกิจการได้มุ่งหวังกำไร

ลักษณะของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร

1. ดำเนินการในรูปของสมาคม มูลนิธิ สโมสร ชมรม ซึ่งสมาคมและมูลนิธิเท่านั้นที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้
2. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมที่ชัดเจน เป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณะกุศล ไม่มุ่งหวังกำไร
3. ลักษณะขององค์กรมีลักษณะผสมผสานระหว่างหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานธุรกิจ
4. เงินทุนให้การดำเนินงานของกิจการได้มาจากการบริจาคหรือเงินบำรุงที่เรียกเก็บจากสมาชิก
5. กำหนดระเบียบ วิธีปฏิบัติเพื่อการบริหารจัดการของกิจการ
6. สามารถดำเนินการหารายได้เพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการโดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการดำเนินกิจกรรม
ตัวอย่าง สมาคม มูลนิธิ สโมสร ชมรม
- สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
- สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย
- สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย
- สมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
- มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช
- มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
- มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
- ราชนาวีสโมสร
- สโมสรกองทัพบก
- ชมรมคณิตศาสตร์
- ชมรมลูกเสือ
- ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ฯลฯ
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 16.1 ลักษณะกิจการที่ไม่หวังผลกำไร
ประเภทบัญชีของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร

1. สินทรัพย์

1.1 สินทรัพย์หมุนเวียน มีลักษณะเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป ได้แก่ เงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี วัสดุสำนักงาน ฯลฯ
1.2 สินทรัพย์ถาวร
1.2.1 สินทรัพย์ถาวรที่กิจการเชื่อมาเพื่อใช้งานของกิจการ ให้คิดค่าเสื่อมราคาเช่นเดียวกับธุรกิจ
ทั่ว ไป
1.2.2 สินทรัพย์ถาวรที่ได้มาโดยการรับบริจาค ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาในแต่ละปี เพราะจะทำให้ค่าใช้จ่ายของกิจการสูง และค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ต้องจ่ายเงินสด จึงใช้วิธีการตัดจำหน่ายกับบัญชีทุนสะสมเมื่อสินทรัพย์ที่ได้รับบริจาคหมดอายุการใช้งาน
1.2.3 สินทรัพย์ถาวรที่มีมูลค่าไม่มากและอายุการใช้งานสั้นให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน

2. หนี้สิน
เกิดจากการซื้อสินทรัพย์ หรือการกู้ยืมรวมทั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

3. ทุนสะสม

ได้แก่เงินกองทุนของกิจการ อาจจำแนกตามวัตถุประสงค์ของสมาคมหรือมูลนิธิ เช่น กองทุนบริจาค กองทุนวิจัย กองทุนเงินกู้ยืม กองทุนให้การศึกษา เป็นต้น

4. รายได้
ได้แก่ รายได้ที่กิจการได้รับ เช่น รายได้ค่าบำรุง ดอกเบี้ยรับ เงินบริจาค ฯลฯ

5. ค่าใช้จ่าย
ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ เช่น เงินเดือน ค่าเบี้ยประกัน ค่าจัดงาน การให้ทุน ฯลฯ

งบการเงินของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร
งบการเงินจากองค์กรลักษณะนี้ประกอบด้วย
1. งบรายรับรายจ่าย
2. งบรายได้และค่าใช้จ่าย
3. งบดุล

งบรายรายรับ รายจ่าย

งบรายรับ รายจ่าย เป็นรายงานที่แสดงเกี่ยวกับเงินสดระหว่างมีประกอบด้วย
1. ยอดเงินสดคงเหลือ ณ วันต้นงวด ได้แก่
- เงินสดต้นงวด
- เงินฝากธนาคารต้นงวด
- เงินยืมทดรองจ่ายต้นงวด
2. รายการรับเงินสดระหว่างงวด ยกเว้นการถอนเงินจากธนาคาร
3. รายการจ่ายเงินสดระหว่างงวด ยกเว้นการนำเงินฝากธนาคาร
4. ยอดเงินสดคงเหลือ ณ วันปลายงวด ได้แก่
- เงินสดปลายงวด
- เงินฝากธนาคารปลายงวด
- เงินยืมทดรองจ่ายปลายงวด

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 16.2 รูปแบบการแสดงบรายรับค่าใช้จ่าย
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 16.3 รูปแบบการแสดงงบรายได้กลางหน้ากระดาษ

งบรายได้ - ค่าใช้จ่าย

เป็นรายงานที่แสดงรายได้และค่าใช้จ่ายจริงตามเกณฑ์คงค้างของหลักบัญชี กล่าวคือ ต้องคำนึงถึงรายได้รับล่วงหน้า รายได้ค้างรับ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย จำนวนที่แสดงในงบรายได้ – ค่าใช้จ่าย ต้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายของงวดนั้นจริง ๆ ผลต่างระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายคือรายได้สุทธิหรือค่าใช้จ่ายสุทธิ ซึ่งนำไปเพิ่มหรือลดทุนสะสม
การคำนวณหารายได้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายได้ ได้แก่
- รายได้ที่ได้รับเป็นเงินสด
- รายได้รับล่วงหน้าต้นงวด ซึ่งเป็นรายได้ของงวดปัจจุบัน
- รายได้รับล่วงหน้าปลายงวด เป็นรายได้ของงวดหน้า
- รายได้ค้างรับต้นงวด เป็นรายได้ของงวดที่ผ่านมา
- รายได้ค้างรับปลายงวด เป็นรายได้งวดปัจจุบัน

ดังนั้น รายได้ที่จะนำไปแสดงในงบรายได้ – ค่าใช้จ่าย มีวิธีการคำนวณ ดังนี้

รายได้ของงวด = รายได้ที่เป็นเงินสด + (รายได้รับล่วงหน้าต้นปี – รายได้รับล่วงหน้าปลายปี) – (รายได้ค้างรับต้นปี – รายได้ค้างรับปลายปี)

การคำนวณค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายได้แก่
- ค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสด
- ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าต้นงวด ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน
- ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าปลายงวด เป็นค่าใช้จ่ายของงวดหน้าไม่ใช่ค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน
- ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต้นงวด เป็นค่าใช้จ่ายของงวดบัญชีที่ผ่านมา ไม่เป็นค่าใช้จ่ายของงวดปัจจุบัน
- ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายปลายงวด เป็นค่าใช้จ่ายของงวดบัญชีปัจจุบัน

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่จะนำไปแสดงในงบรายได้ – ค่าใช้จ่าย คำนวณได้ดังนี้

ค่าใช้จ่ายของงวด = ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเงินสด + (ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าต้นปี – ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าปลายปี) – (ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต้นปี – ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายปลายปี)

ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์
เป็นค่าใช้จ่ายอีกรายการที่ต้องคำนึงถึง หลักการคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวรของกิจการไม่มุ่งหวังกำไร เป็นดังนี้
1. สินทรัพย์ที่ซื้อมา คิดค่าเสื่อมราคาเช่นเดียวกับธุรกิจทั่ว ๆ ไป
2. สินทรัพย์ที่ได้รับบริจาค จะไม่คิดค่าเสื่อมราคาในแต่ละปี แต่จะตัดจำหน่ายกับบัญชีทุนสะสม เมื่อสินทรัพย์นั้น ๆ หมดสภาพการใช้งาน
3. สินทรัพย์ถาวรที่มีลักษณะอายุการใช้งานสั้น และราคาไม่มากนักจะบันทึกตัดเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ได้รับสินทรัพย์

ต่อไปนี้เป็นยอดคงเหลือในบัญชีต่างๆ ของสมาคมการตลาดภาคกลาง เมื่อ 1 มกราคม 2545
ทางด้านซ้ายมือเป็นงบทดลอง ทางด้านขวามือเป็นงบรายรับ-รายจ่ายที่จัดทำขึ้น ผู้เรียบเรียงนำมาแสดงคู่กัน เพื่อให้ผู้ศึกษาได้เห็นข้อมูลชัดเจนขึ้น

สมาคมการตลาดภาคกลาง
งบทดลอง
วันที่ 31 ธันวาคม 2545
สมาคมการตลาดภาคกลาง
งบรายรับ - รายจ่าย
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2545
  เดบิต เครดิต เงินสดต้นงวด
เงินสด
8,600
 
    เงินสด
8,600
 
เงินฝากธนาคาร
20,800
 
    เงินฝากธนาคาร
20,800
 
เงินฝากประจำ
25,000
 
    เงินฝากประจำ
25,000
 
เงินยืมทดลองจ่าย
3,100
 
    เงินยืมทดลองจ่าย
3,100
57,500
ค่าบำรุงค้างรับ
2,450
 
วัสดุสำนักงาน
2,150
 
รายรับ
อุปกรณ์สำนักงาน
14,000
 
    ค่าบำรุงสมาชิก
42,000
 
ค่าเสื่อมราคาสะสม-อุปกรณ์
สำนักงาน
 
700
    รายได้จากการจัดงาน
61,000
 
ค่าเช่าค้างจ่าย
 
3,000
    เงินบริจาค
10,100
 
ทุนสะสม
______
72,400
    ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
1,250
114,350
 
76,100
76,100
 
 
171,850
รายการรับ-จ่าย ระหว่างปี 2545 มีดังนี้ รายจ่าย
รายรับ     ค่าเช่า
14,000
 
    เงินเดือน
24,000
 
    ค่าบำรุงสมาชิก
42,000
 
    ซื้อวัสดุสำนักงาน
1,200
 
    รายได้จากการจัดงานประจำปี
61,000
 
    ค่าจัดงานประจำปี
37,500
 
    เงินบริจาค
10,000
 
    ซื้อพันธบัตร
30,000
106,700
    ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
1,250
 
 
 
65,150
    รับคืนเงินยืมทดลอง
4,000
 
เงินสดปลายงวด*
    เงินฝากประจำถึงกำหนด
25,000
 
    เงินสด
20,250
 
    เบิกเงินจากธนาคาร
40,000
183,350
    เงินฝากธนาคาร
40,800
 
รายจ่าย     เงินยืมทดลองจ่าย
4,100
65,150
*คำนวณเงินสดปลายงวด*
    ค่าเช่า
14,000
 
เงินสด = เงินสดต้นงวด + รายรับ - รายจ่าย
    เงินเดือน
24,000
 
           = 8,600 + 183,350 - 171,700
    ซื้อวัสดุสำนักงาน
1,200
 
           = 20,250
    ค่าจัดงานประจำปี
37,500
 
เงินฝากธนาคาร = เงินฝากธนาคารต้นงวด +
                           นำฝาก - ถอนเงิน
    ซื้อพันธบัตร (1 ก.ค. 45)
30,000
 
                        = 20,800 + 60,000 - 40,000
    นำเงินฝากธนาคาร
60,000
 
                        = 40,500
    เงินยืมทดลอง
5,000
171,700
เงินยืมทดลอง = เงินยืมทดลองต้นงวด + จ่ายเงินยืม
                         - รับคืนเงินยืม
รายละเอียดเพิ่มเติม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีดังนี้                       = 3,100 + 5,000 - 4,000
                      = 4,100
     1. ค่าบำรุงสมาชิกค้างรับ 3,200 บาท  
     2. พันธบัตรรัฐบาลมีดอกเบี้ย 10% ต่อปี
     3. คิดค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์สำนักงาน 10% ต่อปี
     4. วัสดุสำนักงานคงเหลือ 1,850 บาท
     5. ค่าจัดงานค้างจ่าย 2,100 บาท
     6. ค่าเช่าจำนวน 14,000 บาท เป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า
         จำนวน 4,000 บาท
     7. รายได้จากการจัดงานยังเก็บไม่ได้ 1,500 บาท
ให้ทำ 1. งบรายรับ-รายจ่าย สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม               2545
          2. งบรายได้-ค่าใช้จ่าย สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม               2545
          3. งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2545