หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 5/7 ต่อไป
วิชาการบัญชีขั้นต้น 1 : รหัสวิชา 05-410-101
หน่วยที่ 1 แม่บทการบัญชี - องค์ประกอบของแม่บทการบัญชี - ขอบเขตของการจัดทำและการนำเสนองบการเงิน

ภาพเคลื่อนไหวที่ 1.1 ลักษณะของงบการเงิน (ที่มา: สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต)
องค์ประกอบของแม่บทการบัญชี

ขอบเขตของการจัดทำและการนำเสนองบการเงิน
แม่บทการบัญชีกำหนดขอบเขตของเนื้อหาในเรื่องต่างๆ ดังนี้
ก. วัตถุประสงค์ของงบการเงิน
ข. ลักษณะเชิงคุณภาพที่กำหนดว่าข้อมูลในงบการเงินมีประโยชน์
ค. คำนิยาม การรับรู้และการวัดมูลค่าขององค์ประกอบต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นงบการเงิน
ง. แนวคิดเกี่ยวกับทุนและการรักษาระดับทุน

ก. วัตถุประสงค์ของงบการเงิน เป็นรายงานทางการเงินที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำ นำเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ

วัตถุประสงค์ในการจัดทำงบการเงิน
1. แสดงข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินและกระแสเงินสด
2. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับรายการในงบดุลและ
งบกำไรขาดทุน แต่ไม่ได้แสดงไว้ในงบ เรียกว่าหมายเหตุและ
รายละเอียดประกอบงบ
3. ให้ข้อมูลแสดงผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์ในอดีต โดยจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งบการเงินส่วนใหญ่

ในการจัดทำงบการเงินมีข้อสมมติและข้อจำกัดที่ผู้ใช้
งบการเงินต้องนำไปพิจารณาประกอบการใช้ข้อมูลจากงบการเงินดังนี้

คลิกเพิ่อดูภาพขยาย ภาพเคลื่อนไหวที่ 1.1 ลักษณะของงบการเงิน
(ที่มา: สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต)
ข้อสมมติในการจัดทำงบการเงิน ที่สำคัญคือ
ก. เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) หมายถึง รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แม้ว่ายังไม่มีการรับหรือจ่ายเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด โดยบันทึกตามงวดบัญชีที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้งบการเงินจะทราบรายการค้าในอดีตที่เกี่ยวข้องการรับจ่ายเงินสดในปัจจุบัน และภาระผูกพันที่จะรับจ่ายเงินในอนาคต
ข. การดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) หมายถึง ในการจัดทำงบการเงินจะสมมิตว่าจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและดำรงอยู่ต่อไปในอนาคตโดยไม่มีเจตนาจะเลิกกิจการหรือลดขนาด

ข้อจำกัด (Constraints) ผู้ใช้งบการเงินต้องรู้ข้อจำกัดของข้อมูลที่เกิดจากการจัดทำงบการเงินซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและความเชื่อถือได้ มีข้อจำกัดที่สำคัญ ดังนี้
ก. ทันต่อเวลา (Timeliness) หมายถึง การทำรายงานที่ล่าช้าอาจนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจได้น้อยลง การเสนอรายงานให้ทันต่อการตัดสินใจอาจได้ข้อมูลที่มีความเชื่อถือได้น้อยเนื่องจากขาดความครบถ้วน ซึ่งต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งบการเงินประกอบด้วย
ข. ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไป (Balance between Benefit and Cost)
หมายถึง ในการจัดทำงบการเงินประโยชน์ที่ได้รับจากข้อมูลควรมากกว่าต้นทุนในการจัดหาข้อมูลนั้นหรือคุ้มกับค่าใช้จ่าย การประเมินประโยชน์และต้นทุนจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณาว่าสมควรจัดหาข้อมูลนั้นหรือไม่
ค. ความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพ หมายถึง จะต้องใช้ดุลยพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการตัดสินใจเลือกหาความสมดุลระหว่างลักษณะเชิงคุณภาพต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการยอมลดคุณภาพด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มคุณภาพอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้
งบการเงินบรรลุวัตถุประสงค์

ข. ลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงิน หมายถึง การกำหนดคุณสมบัติของข้อมูลในงบการเงินมีประโยชน์ต่อผู้ใช้
งบการเงิน และทำให้งบการเงินถูกต้องและยุติธรรม หรือถูกต้องตามควร

ลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินมี 4 ข้อคือ
1. ความเข้าใจได้ (Understandability)
2. ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance)
3. ความเชื่อถือได้ (Reliability)
4. การเปรียบเทียบกันได้ (Comparability)

1. ความเข้าใจได้ หมายถึง ข้อมูลในงบการเงินต้องทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจได้ทันที เมื่อผู้ใช้ข้อมูลมีความรู้ตามควรเกี่ยวกับธุรกิจ กิจกรรมเชิงเศรษฐกิจและการบัญชี
2. ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ หมายถึง ข้อมูลที่แสดงช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินสามารถคาดคะเนผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ชี้ข้อผิดพลาดของการประเมินผลของเหตุการณ์ที่ผ่านมาและทำให้การคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้อง
ความมีนัยสำคัญ (Materiality) หมายถึง การไม่แสดงข้อมูลหรือแสดงข้อมูลผิดพลาด จะทำให้ผู้ใช้งบการเงินตัดสินใจผิดพลาดไปด้วย ดังนั้น ข้อมูลที่มีนัยสำคัญจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
3. ความเชื่อถือได้ หมายถึง ข้อมูลในงบการเงินต้องมีลักษณะความเชื่อถือได้อย่างมีเหตุผล ปราศจาก
ข้อผิดพลาด (Error) และความลำเอียง (Bias) เพื่อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ข้อมูลที่มีความเชื่อถือได้ควรมีลักษณะ 5 ข้อดังนี้
ก. ตัวแทนอันเที่ยงธรรม (Faithful Representation) หมายถึง ข้อมูลต้องแสดงตามความจริงและสามารถวัดค่าทางการเงินได้ ถ้าข้อมูลใดการวัดค่าทางการเงินมีความไม่แน่นอนสูง อาจไม่บันทึก ถ้ามีความจำเป็นต้องบันทึกข้อมูลนั้น
ก็ให้เปิดเผยความเสี่ยงจากการผิดพลาดในการรับรู้และการวัดค่าของรายการนั้น
ข. เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ หมายถึง ข้อมูลแสดงเนื้อหาความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจอาจมีรูปแบบไม่ตรงกับทางกฎหมาย เช่น ในการเช่าซื้อสินทรัพย์ในทางกฎหมายจะถือว่ากรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์จะโอนไปยังผู้เช่าซื้อเมื่อผู้เช่าซื้อจ่ายเงินครบแล้ว แต่ในทางบัญชีผู้เช่าซื้อได้ครอบครองสินทรัพย์ที่เช่าซื้อ ดังนี้งบการเงินควรแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามเนื้อหาและความเป็นจริงทางการเงิน จึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ที่เช่าซื้อเป็นสินทรัพย์ของกิจการและบันทึกหนี้สินด้วยจำนวนที่ยังไม่ได้จ่ายชำระ
ค. ความเป็นกลาง หมายถึง ข้อมูลในงบการเงินต้องจัดทำตามมาตรฐานการบัญชี มีความเป็นกลางและให้ประโยชน์แก่บุคคลทุกฝ่าย
ง. ความระมัดระวัง หมายถึง ผู้จัดทำงบการเงินต้องใช้ดุลยพินิจในการประมาณการภายใต้ความไม่แน่นอน เพื่อมิให้สินทรัพย์หรือรายได้แสดงจำนวนสูงเกินไป และหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายแสดงจำนวนต่ำเกินไป
จ. ความครบถ้วน หมายถึง ข้อมูลในงบการเงินต้องครบถ้วน ภายใต้ข้อจำกัดของความมีนัยสำคัญ และ ต้นทุนในการจัดทำ
4. การเปรียบเทียบกันได้ หมายถึง งบการเงินที่จัดทำขึ้นต้องสามารถเปรียบเทียบกับงบการเงินของกิจการเดียวกันในรอบระยะเวลาต่างกัน ต้องสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ ซึ่งจะทำให้เห็นข้อแตกต่างและข้อเหมือนกัน ได้อย่างชัดเจน