หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 7/9 ต่อไป
นโยบายและการวางแผนการจัดจำหน่าย : รหัสวิชา 05-210-401
หน่วยที่ 7 สถาบันทางการตลาด - สถาบันคนกลางผู้ค้าปลีก - แนวโน้มการค้าปลีกและกลยุทธ์ของผู้นำการค้าปลีก

ภาพที่ 7.8 จำนวนของธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ผู้ค้าปลีก ต้องกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตนให้เด่นชัด


สถาบันคนกลางผู้ค้าปลีก

การค้าปลีก หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการไปยังผู้บริโภคคนสุดท้าย ที่มิใช่เพื่อการขายต่อหรือใช้ในการประกอบธุรกิจ

จากความหมายจะเห็นลักษณะของการค้าปลีก คือ

(1) เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ทีเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการ

(2) ลูกค้าหรือผู้ซื้อคือผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปเพื่อใช้ส่วนตัวหรือในครอบครัวมิใช่เพื่อการขายต่อหรือใช้ในการประกอบธุรกิจ

แนวโน้มการค้าปลีกและกลยุทธ์ของผู้นำการค้าปลีก

1. รูปแบบการค้าปลีกแบบใหม่ ( New retail Form) รูปแบบการค้าปลีกได้มีการพัฒนาและปรับปรุงขึ้นมาให้มีรูปแบบการค้าใหม่ ๆ เช่น บริการจัดอาหารถึงบ้านหรือสำนักงาน เช่น พิชซ่าฮัท เอสแอนด์พี หรือบริการของธนาคารที่มาให้บริการลูกค้าโดยตรงถึงบ้านหรือตามสำนักงาน

2. วงจรชีวิตของธุรกิจการค้าปลีกบางอย่างค่อนข้างสั้น ( Shortening retail life cycle) รูปแบบของธุรกิจการค้าปลีกมีแนวโน้มว่าวงจรชีวิต (อายุของธุรกิจ) ค่อนข้างสั้น เช่น มิสเตอร์-
โดนัทซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กขายสินค้าคุณภาพต่ำ เมื่อมีการ
แข่งขันรุนแรงมากขึ้นทำให้ต้องมีการปรับปรุงธุรกิจและพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้า

3. การเพิ่มขึ้นของการค้าปลีกแบบไม่มีร้านค้า ( Nonstore retailing) ปัจจุบันลูกค้ามีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้นมีการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ตได้ โดยที่ลูกค้าไม่เสียเวลาในการเดินทางเพื่อไปซื้อสินค้าที่มีความต้องการ

คลิกเพื่อดูภาพขยายภาพที่ 7.8 จำนวนของธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ผู้ค้าปลีก ต้องกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตนให้เด่นชัด
4. การเพิ่มขึ้นของคู่แข่งขันระหว่างช่องทางที่แตกต่างกัน ( Increasing intertype competition) เป็นการแข่งขันกันเองระหว่างร้านขายของชำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และการค้าปลีกแบบไม่มีร้านค้า

5. การเพิ่มขึ้นของธุรกิจการค้าปลีก ( Polarity of retailing) จำนวนของธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มมากขึ้นทำให้
ผู้ค้าปลีก ต้องกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของตนให้เด่นชัด เพื่อแสดงให้เห็นถึงลักษณะที่แตกต่างกันทางการแข่งขัน ( Competitive differentiation)

6. การค้าปลีกมีการเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในรูปการเลือกซื้อโดยแวะครั้งเดียว ( Changing definition of one stop shopping) เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจค้าปลีกมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และศูนย์การค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

7. การเจริญเติบโตของระบบตลาดในแนวดิ่ง ( Growth of vertical marketing system) บริษัทขนาดใหญ่จะมีการรวมตัวกันระหว่างผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง และผู้ผลิต เป็นการรวมตัวกันด้านสัญญาทำให้กิจการที่มีขนาดใหญ่สามารถขยายการควบคุมสมาชิกในช่องทางได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าปลีกรายเล็กทั้งหลายอยู่ไม่ได้ต้องออกจากตลาดไป

8. การออกแบบร้านค้าปลีกใหม่ ( Designing new store format) กิจการค้าปลีกมีการเพิ่มวิธีการออกแบบและรูปลักษณ์ของร้านค้าให้มีความทันสมัยและมีลักษณะแบบนวัตกรรมใหม่ให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำรงชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

9. การเพิ่มความสำคัญในเทคโนโลยีใหม่สำหรับการค้าปลีก ( Growing importance of retail technology) เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ถูกนำมาใช้กับการค้าปลีกจนกลายเป็นอาวุธที่สำคัญต่อการแข่งขัน โดยมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยพยากรณ์ยอดขาย ควบคุมสินค้าคงเหลือและการซื้อขายสินค้าในร้านค้า เช่น เครื่องสแกนเนอร์ ระบบบาร์โค้ด จอโทรทัศน์ เป็นต้น

จากแนวโน้วการค้าปลีก และกลยุทธ์ของผู้นำการค้าปลีก ปัจจุบันจะเห็นได้ชัดเจนของบทบาทร้านค้าปลีก ในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตจะเห็นความแตกต่างกันมาก เหตุผลที่แตกต่างเพราะในปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้าน Technology ที่ทันสมัย พร้อมทั้งการพัฒนาทางด้านความรู้ และการเข้ามาทำการค้าของชาวต่างชาติที่ทำการ Takeover ห้างสรรพสินค้า เช่น ห้างเทสโก้โลตัส ในอดีตเป็นห้างโลตัสของซีนีถือหุ้นมากที่สุด แต่ในปัจจุบันดำเนินงานโดยชาวต่างชาติถือหุ้นมากที่สุด ทำให้การบริหารจัดการเปลี่ยนไปในรูปแบบที่ทันสมัย นำเครื่องมือทางด้าน Technology เข้ามาช่วยในการดำเนินงานภายในร้านจัด Standard เดียวกันทุกสาขา และนำนโยบายด้านราคามาเป็นตัวแข่งขันกัน (Price Strategy)

จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดการตอบรับสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สาเหตุดังกล่าวทำให้ร้านโชห่วยตกต่ำ ขายสินค้าไม่ได้ บางร้านต้องปิดกิจการไปโดยปริยาย เพราะเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วห้างสรรพสินค้าเป็น One Stop Shopping ไม่ก่อให้เกิดการเสียเวลาในการแวะครั้งเดียวได้ครบหมดตามความต้องการ เป็นต้น