หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก กลับ  2/4 ต่อไป 
การเงินธุรกิจ : รหัสวิชา 05-610-205
หน่วยที่ 8 การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (ต่อ) - การบริหารสินค้าคงเหลือ - วัตถุประสงค์ของการบริหาร สินค้าคงเหลือ - ประเภทของสินค้าคงเหลือ และปัจจัยที่ใช้กำหนดขนาด ของสินค้าคงเหลือ - ต้นทุนของสินค้าคงเหลือ

ภาพที่ 8.1 การบริหารสินค้าคงเหลือ
ภาพที่ 8.2 วัตถุประสงค์ของการ บริหารสินค้าคงเหลือ
ภาพที่ 8.3 ต้นทุนของสินค้าคงเหลือ


หน่วยที่ 8 การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (ต่อ)

การบริหารสินค้าคงเหลือ

สินค้าคงเหลือ หมายถึง สินค้าที่กิจการถือหรือมีไว้เพื่อการผลิตหรือการขาย สินค้าคงเหลือเป็นรายการสินทรัพย์หมุนเวียนหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งก่อให้เกิดรายได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังเป็นรายการสินทรัพย์หมุนเวียนที่แสดงความมีสภาพคล่องที่แท้จริงของกิจการด้วย

วัตถุประสงค์ของการบริหารสินค้าคงเหลือ

วัตถุประสงค์สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารสินค้าคงเหลือ ก็คือ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรของกิจการให้ดีขึ้น โดยลดต้นทุนส่วนที่ต้องนำไปลงทุนในสินค้าคงเหลือ ทำให้กิจการมีต้นทุนส่วนนี้น้อยที่สุด การบริหารสินค้าคงเหลือเป็นการพิจารณาตัดสินใจในปัญหาสองด้าน ระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่ได้รับ (Henderson et al, 1984: 261) กล่าวคือ ถ้ากิจการมีสินค้าคงเหลือมาก ความเสี่ยงจากการมีสินค้าไม่พอขายลดลง กิจการสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ทั่วถึงและรวดเร็ว มีความคล่องตัวหรือความยืดหยุ่นในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีสินค้าคงเหลือมาก ทำให้กิจการมีกำไรลดลงได้เพราะค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนรวมของการมีสินค้าคงเหลือจะเพิ่มขึ้น

ประเภทของสินค้าคงเหลือและปัจจัยที่ใช้กำหนดขนาดของสินค้าคงเหลือ

การจัดจำแนกประเภทของสินค้าคงเหลือขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ สินค้าคงเหลือของกิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อขาย (Manufacturing Company) หมายถึง วัตถุดิบ (raw material) สินค้าระหว่างผลิต (work in process) และสินค้าสำเร็จรูป (finish goods) ส่วนสินค้าคงเหลือของกิจการที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขาย (Merchandising Company) จะหมายถึง สินค้าสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 8.1 การบริหารสินค้าคงเหลือ

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 8.2 วัตถุประสงค์
ของการบริหารสินค้าคงเหลือ

โดยทั่วไป ปัจจัยที่ใช้กำหนดขนาดของสินค้าคงเหลือ ได้แก่

1) ประเภทของธุรกิจ
2) ระดับของยอดขาย กล่าวคือ ขนาดของสินค้าคงเหลือควรแปรผันตรงกับยอดขาย
3) ระยะเวลาและเทคนิคของกระบวนการผลิตหรือสั่งซื้อของกิจการนั้น กล่าวคือ ถ้าสินค้านั้นต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตนาน รือมีช่วงระยะเวลานานในการสั่งซื้อ หรือมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน กิจการก็ควรกำหนดขนาดสินค้าคงเหลือไว้ค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้เสียโอกาสจากการมีสินค้าไม่พอขาย
4) อายุตามสภาพของสินค้า หมายถึง ความคงทนถาวร การเน่าเสีย ความล้าสมัยของสินค้า เช่น ถ้าสินค้าที่มีสภาพคงทนและไม่ล้าสมัยง่าย กิจการก็สามารถกำหนดขนาดสินค้าคงเหลือไว้ได้มากด้วย

ต้นทุนของสินค้าคงเหลือ

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีสินค้าคงเหลือ ได้แก่

1) ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการสั่งซื้อ ( Ordering Cost , O) หมายถึง ต้นทุนในการสั่งซื้อสินค้าต่อครั้ง เช่น ค่าพิมพ์ ค่ากระดาษ ซอง แสตมป์ ค่าโทรเลข โทรศัพท์ เป็นต้น ต้นทุนรวมในการสั่งซื้อสินค้า (Total Ordering Cost) จะแปรผันตรงตามจำนวนครั้งของการสั่งซื้อ

2) ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการเก็บรักษา (Carrying Cost , C ) หมายถึง ต้นทุนในการดูแลรักษาสินค้าต่อหน่วย เช่น ค่าเช่าคลังสินค้า ค่าดูแลรักษา ค่าประกัน ค่ายาม เงินเดือนพนักงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับคลังสินค้า ต้นทุนรวมในการเก็บรักษาสินค้านี้จะแปรผันตรงตามปริมาณของสินค้าคงเหลือ

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 8.3 ต้นทุนของสินค้าคงเหลือ

3) ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนของสินค้าขาดมือ ( Stock out Cost) หมายถึง ต้นทุนของการเสียโอกาสจากการขายสินค้าในกรณีที่กิจการมีสินค้าคงเหลือน้อยเกินไปจนประสบปัญหาสินค้าขาดมือ

ต้นทุนสินค้าคงเหลือรวม (Total Inventory Cost) หมายถึง ต้นทุนที่กิจการลงทุนไปในสินค้า โดยทั่วไป ต้นทุนสินค้าคงเหลือรวม ประกอบด้วย ต้นทุนในการสั่งซื้อ และต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนของสินค้าขาดมือ เนื่องจากมีข้อสมมติในการดำเนินกิจการค้าว่า โอกาสที่กิจการจะประสบปัญหาสินค้าขาดมือนั้นมีน้อยมาก โดยเฉพาะถ้ากิจการนั้นมีนโยบายสำรองสินค้าคงเหลือเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) ไว้ด้วย
การตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณสินค้าคงเหลือที่เหมาะสม พิจารณาจากปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดและจุดสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่เหมาะสม