หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก กลับ  4/4 ต่อไป 
การเงินธุรกิจ : รหัสวิชา 05-610-205
หน่วยที่ 15 การจัดหาเงินทุน (ต่อ) - ประเภทของตลาดการเงิน - ความหมายของตลาดเงินและตลาดทุน - โครงสร้างของตลาดการเงินในประเทศไทย



ประเภทของตลาดการเงิน

ตลาดการเงินแบ่งตามลักษณะของการระดมเงินทุน ได้ดังนี้
1. ตลาดแรกและตลาดรอง
2. ตลาดเงินและตลาดทุน
ตลาดแรก (Primary Market) เป็นตลาดของหลักทรัพย์ใหม่ที่ออกจำหน่ายซึ่งอาจเป็นของกิจการที่เปิดใหม่หรือกิจการที่ดำเนินงานมาแล้วแต่ต้องการเพิ่มทุน การจำหน่ายหลักทรัพย์ในตลาดแรก อาจใช้วิธีการขายตรงให้กับผู้ที่ต้องการที่เรียกว่า Investment bankers หรือบริษัทที่ทำหน้าที่ประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriting) (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543: 340) และอาจใช้วิธีเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปก็ได้
ตลาดรอง (Secondary Market) เป็นตลาดของหลักทรัพย์ที่ผ่านการซื้อขายมาจากตลาดแรกแล้ว

ความหมายของตลาดเงินและตลาดทุน

ตลาดเงิน (Money Market) หมายถึง แหล่งเงินกู้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี หลักทรัพย์หรือตราสารที่ใช้ในตลาดเงินเป็นหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ ได้แก่ สัญญากู้ยืมระยะสั้น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วเงินคลัง วัตถุประสงค์ของการกู้ยืมในตลาดเงิน ก็คือ นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ตลาดเงินมี 2 ลักษณะ
1) ตลาดเงินในระบบ (Organized Money Market) หมายถึง แหล่งกู้ยืมเงินที่ดำเนินการโดยสถาบันการเงินที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีระเบียบกฎเกณฑ์ปฏิบัติอย่างชัดเจนตามที่กฎหมายกำหนด สถาบันการเงินที่สำคัญในประเทศ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทประกันชีวิต เป็นต้น
2) ตลาดเงินนอกระบบ(Unorganized Money Market) หมายถึง แหล่งกู้ยืมเงินที่เกิดขึ้นเองตามความจำเป็นและความต้องการของสิ่งแวดล้อม ระเบียบกฎเกณฑ์และข้อตกลงต่าง ๆ กำหนดขึ้นระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ การเคลื่อนย้ายของเงินทุนไม่ผ่านสถาบันการเงิน ตลาดเงินนอกระบบ เช่น การให้กู้ยืมกันระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย การรับจำนำกันระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย การให้สินเชื่อทางการค้ากันระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย และการเล่นแชร์ต่าง ๆ เป็นต้น
ตลาดทุน (Capital Market) หมายถึง แหล่งในการระดมเงินออมระยะยาว ( เกิน 1 ปี ) เพื่อทำการจัดสรรให้กับผู้ที่ต้องการเงินทุนระยะยาว นำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การขยายธุรกิจของผู้ประกอบกิจการเอกชน หรือการลงทุนในสาธารณูปโภคของภาครัฐบาล เป็นต้น โดยผู้ที่ต้องการระดมเงินทุนจะออกตราสารทางการเงิน หรือหลักทรัพย์ในตลาดทุน ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล หน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ เพื่อขายให้แก่บุคคลภายนอกหรือประชาชนโดยทั่วไป (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2541: 3)

โครงสร้างของตลาดการเงินในประเทศไทย

ตลาดการเงินในประเทศไทย จำแนกเป็นตลาดเงินและตลาดทุน ดังนี้
1) ตลาดเงิน ที่สำคัญมี (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 :350 - 351)
1.1) ตลาดเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร (Interbank Money Market)
1.2) ตลาดตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills)
1.3) ตลาดซื้อลดตั๋วเงิน (Commercial Bills)
1.4) ตลาดซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Repurchase Market)
1.5) ตลาดซื้อลดเช็ค (Bill Discounted)
1.6) ตลาดกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร (Overdrafts)
1.7) ตลาดบัตรเงินฝาก (Negotiable Certificate of Deposit : NCD)
2) ตลาดทุน ที่สำคัญมี
2.1) ตลาดการกู้ยืมระยะยาว เป็นการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทประกันชีวิต บรรษัทเงินทุนแห่งประเทศไทย เป็นต้น
2.2) ตลาดหุ้น เป็นแหล่งระดมเงินทุนและเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ มี 2 ลักษณะ คือ ตลาดแรก สำหรับหลักทรัพย์ใหม่หรือการเพิ่มทุนของบริษัท และตลาดรอง ซึ่งเป็นตลาดที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายหลักทรัพย์โดยทั่วไปการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดรองมี 2 รูปแบบ คือ ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) ซึ่งตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายรับรองและมีสถานที่ตั้งทำการซื้อขายแน่นอน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดเป็นตลาดทุนในระบบ (Organized Capital Market) อีกรูปแบบหนึ่ง คือ ซื้อขายกันนอกตลาดหลักทรัพย์ที่เรียกว่า Over-the Counter Security Market, OTC รูปแบบดังกล่าวนี้จัดเป็นตลาดทุนนอกระบบ (Unorganized Capital Market)