หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 4/10 ต่อไป
วิชาเครื่องจักรกลเกษตร 2 : รหัสวิชา 09-111-403
หน่วยที่ 13 ความรู้พื้นฐานเรื่องข้าวและโรงสีข้าว (ต่อ) - โรงสีข้าว - ขนาดของโรงสีข้าว - ระบบต้นกำลัง

ภาพที่ 13.1 โรงสีข้าว


โรงสีข้าว

โรงสีข้าวมีบทบาทสำคัญในการแปรรูวัตถุดิบ (ข้าวเปลือก) จากผู้ผลิต (ชาวนา) ไปเป็นสินค้า (ข้าวสาร) เพื่อขายให้แก่ผู้บริโภค (ประชาชน) ทั่วไป โดยอาศัยระบบกลไกทางตลาด ทำการขายข้าวไปยังประชาชนในประเทศเกือบทั้งหมดซึ่งบริโภคข้าวสารเป็นหลัก และที่เหลือจะส่งออกไปขายยังประเทศต่าง ๆ ประเทศไทยนับเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยส่งออกปีละประมาณ 4 – 5 ล้านตัน มาตลอดหลาย ๆ ปีแล้ว นำรายได้เข้าประเทศปีละหลายหมื่นล้าน

จากสถิติของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2535 ในประเทศไทยมีโรงสีทั้งหมดตั้งแต่ขนาดเล็ก คือ 10 เกวียน/วัน ถึงขนาดใหญ่ 200 เกวียน/วัน รวมกันประมาณ 4,000 โรงงานกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย จังหวัดที่มีโรงสีมากที่สุดจะเป็นจังหวัดทางภาคอีสาน รองลงมาก็ทางภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้จะมีน้อยที่สุด

โรงสีข้าวในสมัยก่อน ส่วนมากจะเป็นโรงสีขนาดเล็ก มีกำลังการผลิตไม่เกิน 50 เกวียน/วัน (1 เกวียน ข้าวเปลือก ประมาณ 1,000 กิโลกรัม) ในช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ได้มีการพัฒนาระบบโรงสีให้มีกำลังการผลิตสูงขึ้น เป็นขนาด
80 – 150 เกวียน/วัน ในปัจจุบัน โรงสีบางแห่งใช้ระบบอิเลคโทรนิคหรือระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการสีข้าว

ขนาดของโรงสีข้าว

โรงสีข้าวที่ทำาการสีข้าวอยู่ในปัจจุบันมีขนาดแตกต่างกัน อาจแบ่งได้เป็น 3 ขนาด คือ โรงสีขนาดเล็ก โรงสีขนาดกลาง และโรงสีขนาดใหญ่ การแบ่งขนาดนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่ใช้ในการจำแนกซึ่งมีอยู่ 2 มาตรฐานคือ

•  จำแนกตามกำลังการผลิต

- โรงสีข้าวขนาดเล็ก หมายถึง โรงสีที่มีกำลัง
การผลิตอยู่ในช่วงระหว่าง 10 – 40 เกวียน/วัน
- โรงสีขนาดกลาง
หมายถึง โรงสีที่มีกำลังการผลิตระหว่าง 50 – 80 เกวียน/วัน
- โรงสีขนาดใหญ่ หมายถึง โรงสีที่มีกำลัง
การผลิต อยู่ในช่วงระหว่าง 100-250 เกวียน/วัน
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 13.1 โรงสีข้าว
•  จำแนกตามจำนวนคนงาน

- โรงสีข้าวขนาดเล็ก
หมายถึง โรงสีที่ใช้คนงานไม่เกิน 5 คน
- โรงสีขนาดกลาง
หมายถึง โรงสีที่มีคนงานไม่เกิน 10 คน
- โรงสีข้าวขนาดใหญ่ หมายถึง โรงสีที่มีคนงานเกิน 10 คน

การสร้างโรงสีจะไม่นิยม สร้างใหญ่กว่า 250 เกวียน/วัน เพราะจะมีปัญหาเรื่องการลงทุนสูง และการหาซื้อวัตถุดิบ มาป้อนโรงสี ซึ่งจะหายาก เนื่องจาก จำนวนโรงสีข้าวในแต่ละจังหวัดมีจำนวนมาก กำลังผลิตสูงกว่าปริมาณข้าวเปลือกที่ผลิตจากท้องที่นั้น ๆ จึงต้องมีการแย่งกันซื้อข้าวเปลือกเพื่อสีข้าว โดยเฉพาะบางปี ถ้าเกิดฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงจะทำให้ข้าวเปลือกเสียหายได้ผลผลิตน้อย ก็จะทำให้เกิดการแย่งกันซื้อข้าวเปลือกมาก ทำให้ข้าวเปลือกขึ้นราคา ชาวนาจะขายข้าวเปลือกได้ราคาดี ซึ่งเป็นหลักธรรมดาของการตลาดในเรื่องดีมานด์และซัพพลาย

ระบบต้นกำลัง

•  เครื่องจักรกลไอน้ำ จะใช้แกลบจากการสีข้าวเป็นเชื้อเพลิงการลงทุนติดตั้งในระยะเริ่มต้นค่อนข้างสูง แต่ค่าใช้จ่ายภายหลังการติดตั้งแล้วจะถูกที่สุด เครื่องต้นกำลังแบบนี้เหมาะสำหรับโรงสีข้าวขนาดกลางและใหญ่

•  เครื่องยนต์ดีเซล ใช้น้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เหมาะกับโรงสีข้าวขนาดกลางและขนาดเล็ก ค่าติดตั้งถูกกว่าเครื่องต้นกำลังชนิดอื่น ๆ แต่ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงค่อนข้างสูง

•  มอเตอร์ไฟฟ้า จะใช้กระแสไฟฟ้าในการขับเคลื่อนมอเตอร์ เมื่อเริ่มเดินเครื่องจะใช้กระแสไฟฟ้าสูงมาก แต่เมื่อมอเตอร์ทำงานและขับเคลื่อนเครื่องสีข้าวแล้วกระแสไฟฟ้าจะลดลง

กรรมวิธีการสีข้าว

ขั้นตอนการสีข้าวของโรงสี โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ

•  การทำความสะอาด เป็นการแยกเอาสิ่งเจือปน อาทิ เศษฟาง ข้าวลีบ เศษดิน และฝุ่นออกไปและยังมีการคัดแยกเมล็ดข้าวเปลือกที่มีขนาดเล็กออกไปด้วย โดยให้ข้าวเปลือกผ่านตะแกรงที่มีรูขนาดต่าง ๆ กัน และใช้ลมเป่าจากพัดลมช่วยในการแยกสิ่งเจือปนออกไป

•  การกะเทาะข้าวเปลือก ข้าวเปลือกที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว จะผ่านไปยังเครื่องกะเทาะข้าวเปลือก ซึ่งจะกะเทาะข้าวเปลือกให้เปลือกข้าวออกกลายเป็นข้าวกล้อง

•  การคัดแยก ข้าวกล้องจะไหลผ่านไปยังส่วนที่จะทำหน้าที่คัดแยกข้าวเปลือก และ ข้าวกล้องออกจากกัน ข้าวเปลือกที่แยกออกมาจะผ่านกลับไปยังเครื่องกะเทาะเปลือกอีกครั้ง เพื่อทำการการกะเทาะซ้ำ ส่วนข้าวกล้องที่ได้จะถูกส่งไปยังส่วนขัดข้าวขาวเพื่อขัดเป็นข้าวสารที่มีความขาวตามต้องการ

•  คัดแยกทำเป็นเปอร์เซ็นต์ ข้าวสารที่ขัดได้ความขาวตามต้องการแล้ว จะถูกนำไปทำการคัดแยกเอาต้นข้าวและปลายข้าวออกจากกัน