หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก กลับ  2/7  ต่อไป 
วิชาความอุดมสมบูรณ์ของดิน : รหัสวิชา 09-501-410
หน่วยที่ 16 การใช้ปุ๋ยกับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ - 1. การใช้ปุ๋ยกับข้าว - 2. การใช้ปุ๋ยกับพืชไร่

ภาพที่ 16.1 การใช้ปุ๋ยกับข้าว
ภาพเคลื่อนไหวที่ 16.1 แผนผังการให้ปุ๋ยกับข้าวพันธุ์ กข.1


หน่วยที่ 16 การใช้ปุ๋ยกับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ

เรื่องของการใช้ปุ๋ยกับพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเพียงหลักการกว้าง ๆ และอัตราปุ๋ยที่แนะนำสำหรับพืชชนิดต่าง ๆ ก็เป็นเพียงตัวอย่างให้เกิดความเข้าใจและเป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเท่านั้น ส่วนอัตราปุ๋ยที่เหมาะสมจริง ๆ นั้นยังต้องพิจารณาปรับให้เข้ากับชนิดและสภาพของดิน อายุของพืช เวลาและวิธีการใส่ปุ๋ย ราคาปุ๋ย และราคาผลผลิต เป็นกรณี ๆ ไป เช่นเดียวกับนายแพทย์ที่ต้องใช้ดุลยพินิจในการให้ยากับคนไข้เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย ผู้ที่สามารถทำได้จึงต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้วยตนเองมาพอสมควร

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 16.1 การใช้ปุ๋ยกับข้าว

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพเคลื่อนไหวที่ 16.1 แผนผังการให้ปุ๋ย กับข้าวพันธุ์ กข.1
ที่มา : ยงยุทธ (2528)

1. การใช้ปุ๋ยกับข้าว


ปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับใช้กับข้าวที่ปลูกในดินนาเรียกว่า ปุ๋ยนา ซึ่งอาจอยู่ในรูปของปุ๋ยเดี่ยวหรือปุ๋ยผสมก็ได้ ปุ๋ยนาที่เหมาะสมควรมีไนโตรเจนอยู่ในรูปของแอมโมเนียมไนโตรเจนหรืออะไมด์ (amide) ไม่ควรอยู่ในรูปของไนเทรต อย่างไรก็ตามเกษตรกรอาจเลือกใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในรูปของไนเทรตในดินนาได้ หากให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกับปุ๋ยแอมโมเนียมหรืออะไมด์

อัตราปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าวนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ หรือปริมาณธาตุอาหารพืชในดินและการตอบสนองต่อปุ๋ยของพันธุ์ข้าวที่ปลูก ดินนาที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ย ส่วนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำนั้นต้องใส่ปุ๋ยในอัตราที่สูงกว่าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ปุ๋ยนาที่เหมาะสำหรับนาข้าวที่เป็นดินเนื้อละเอียด ควรเป็นปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เช่น ปุ๋ยสูตร 16-20-0 18-22-0 และ 20-20-0 แต่ถ้าเป็นดินเนื้อหยาบควรเพิ่มธาตุโพแทสเซียมด้วย เช่น ปุ๋ยสูตร 16-16-8 และ 18-22-6 เป็นต้น พันธุ์ข้าวที่ปลูกถ้าเป็นพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ไวแสง เช่น พันธุ์เหลืองประทิวและขาวดอกมะลิ 105 จะไม่ค่อยตอบสนองต่อปุ๋ยที่ใส่ ยิ่งกว่านั้นการใส่ปุ๋ยในอัตราสูงยังทำให้ข้าวมีผลผลิตต่ำเนื่องจากข้าวจะมีอาการเฝือใบ ล้มง่าย และมีร้อยละของเมล็ดลีบสูง ส่วนพันธุ์ข้าวที่ได้รับการปรับปรุงใหม่หรือพันธุ์ไม่ไวแสงเช่น พันธุ์ กข.1 กข.7 และ กข.9 สามารถตอบสนองต่อปุ๋ยที่ใส่สูงกว่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลายเท่าและให้ผลผลิตสูง วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการใส่ปุ๋ยให้กับข้าวพันธุ์ไวแสงและพันธุ์ไม่ไวแสงแสดงรายละเอียดไว้ ในตารางที่ 16.1, 16.2 และ 16.3 ส่วนแผนผังการให้ปุ๋ยกับพันธุ์ข้าว กข.1 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวไม่ไวแสง แสดงไว้ในภาพเคลื่อนไหวที่ 16.1

2. การใช้ปุ๋ยกับพืชไร่

โดยทั่วไปปริมาณการใช้ปุ๋ยกับพืชไร่ยังอยู่ในระดับต่ำและไม่แพร่หลายเท่าที่ควรเนื่องจากพืชไร่ส่วนใหญ่มีอายุสั้น ราคาผลผลิตค่อนข้างต่ำ ปริมาณน้ำฝนมีความปรวนแปรสูง และเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยและวิธีการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้อง

ตารางที่ 16.1 เปรียบเทียบการปฏิบัติเกี่ยวกับการใส่ปุ๋ยสำหรับข้าวพันธุ์ไวแสงและไม่ไวแสงในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ                              กัน

ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสง

ข้าวพันธุ์ไวแสง

1. ช่วงตกกล้า ควรใส่ปุ๋ยในแปลงเพาะกล้าล่วงหน้า 1 วันก่อนตกกล้า สำหรับดินนาโดยทั่วไปควรใช้ปุ๋ยฟอสเฟตอย่างเดียว เช่น ปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟต 40 กรัม หรือปุ๋ยทริปเปิลซูเปอร์ฟอสเฟต 18 กรัม / ตารางเมตร โดยไม่จำเป็นต้องใส่ไนโตรเจนเพราะจะทำให้ต้นกล้าอวบ ลำต้นอ่อนและสูง ทำให้ปักดำยาก ข้าวตั้งตัวช้าและแขนงข้าวที่แตกออกมาอาจมีความสมบูรณ์น้อย แต่ถ้าดินในแปลงตกกล้ามีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ควรใช้ปุ๋ยนาสูตรที่มีทั้งไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเช่น ปุ๋ยสูตร 16-20-0
18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 20-25 กรัม / ตารางเมตร เนื่องจากข้าวในระยะต้นกล้ามีความต้องการ ไนโตรเจนในปริมาณที่พอเพียงแต่ไม่สูงเกินไป
1. ช่วงตกกล้า ปฏิบัติเหมือนข้าวพันธุ์ไม่ไวแสง
2. ช่วงการปักดำ เมื่อกล้าข้าวมีอายุ 25-30 วัน สามารถนำมาปักดำในแปลงปลูก ข้าวที่ปลูกในดินนาเนื้อละเอียด เช่น ดินเหนียวหรือดินร่วน เหนียว ควรหว่านปุ๋ยสูตร 16-20-0 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 20 กก./ ไร่ แล้วไถกลบล่วงหน้าก่อนปักดำ 1 วัน แต่ถ้าปลูกในดินเนื้อหยาบ เช่น ดินร่วนปนทรายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 18-22-0 หรือ
20-20-0 อัตรา 20 กก./ ไร่ ร่วมกับปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์อัตรา 4 กก./ ไร่ หรืออาจใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-8 อัตรา 25 กก./ ไร่ แทนก็ได้ดังแสดงในตารางที่ 16.2 การให้ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมกับข้าว ควรให้ครบทั้งหมดตามที่พืชต้องการในช่วงนี้ ส่วนปุ๋ยไนโตรเจนควรเหลือไว้ครึ่งหนึ่ง สำหรับใช้เป็นปุ๋ยแต่งหน้าในวันที่ข้าวเริ่มสร้างรวงอ่อน
2. ช่วงการปักดำ ปฎิบัติเหมือนข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงทุกประการ ยกเว้นอัตราปุ๋ยให้ใช้อัตราที่แนะนำสำหรับข้าวพันธุ์ไวแสง ซึ่งแสดงไว้ในตารางที่ 16.2

3. ช่วงสร้างรวงอ่อน ข้าวพันธุ์ กข.1 ซึ่งมีอายุเก็บเกี่ยว 125-130 วัน หลังจากปักดำ 35-40 วัน หรือหลังจากตกกล้า 65 วัน (ต้นกล้าอายุ 25-30 วัน) ดังแสดงในภาพที่ 16.1 ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน เป็นปุ๋ยแต่งหน้าในอัตราเดียวกันคือ 2.5-4.5 กก.N/ ไร่ ทั้งในดินเนื้อละเอียดและดินเนื้อหยาบ โดยอาจใส่ในรูปปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 12-22 กก./ ไร่ หรือปุ๋ยแอมโมเนียมคลอไรด์ 10-18 กก./ ไร่ หรือ ปุ๋ยยูเรีย 6-10 กก./ ไร่ ก็ได้

3. ช่วงสร้างรวงอ่อน ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าในอัตรา 0.8-2.5 กก.N/ ไร่ โดยใส่ให้ตรงกับวันเวลาที่ข้าวสร้างรวงอ่อนจริง ๆ โดยสังเกต จากการเกิดตุ่มของช่อดอกอ่อนที่ข้อบนสุดของลำต้นซึ่ง ต่อมาจะเจริญเป็นช่อดอก การเลือกช่วงเวลาใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้า ควรใส่ให้ตรงกับช่วงเกิดตุ่มของช่อดอกอ่อนพอดี เพราะจะทำให้เกิดรวงข้าวที่มีกิ่ง แขนงของช่อดอกถี่และมีเมล็ดมาก แต่ถ้าใส่ล่าช้าเกินไป จนตุ่มช่อดอกอ่อนเจริญไปเป็นช่อดอกแล้ว ปุ๋ยที่ใส่จะไม่อาจช่วยเพิ่มเมล็ดได้อีก แต่จะไปกระตุ้นให้เกิดการแตกแขนงที่โคนต้น ซึ่งไม่มีโอกาสให้รวงได้ และถ้าใส่ปุ๋ยเร็วเกินไปก็จะทำให้เกิดแขนงที่โคนต้นเช่นกัน ทำให้คาร์โบไฮเดรตที่พืชสร้างขึ้นต้องถูกนำไปใช้ตามส่วนต่าง ๆ แทนที่จะไปสะสมอยู่ในเมล็ด ผลผลิตข้าวจึงไม่สูงเท่าที่ควร

หมายเหตุ ในดินบางแห่งที่มีไนโตรเจนต่ำมาก การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอ สังเกตจากข้าวในระยะที่รวงข้าวโผล่พ้นใบธงจะแสดงอาการขาดไนโตรเจน จึงควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเสริมให้กับข้าวอีกครึ่งหนึ่งของอัตราปุ๋ยไนโตรเจนแต่งหน้าทันทีเพื่อเพิ่มการสร้างเมล็ดและลดจำนวนเมล็ดลีบ