หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 8/15 ต่อไป
วิชาจิตวิทยาทั่วไป : รหัสวิชา 01-220-001
หน่วยที่ 9 การรับรู้และการเรียนรู้ (ต่อ) - ทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีการสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง (Associative Theory) รูปแบบการให้การเสริมแรง

ภาพที่ 9.12 ตารางการเสริมแรง
ภาพที่ 9.13 การทดลองของวัตสันกับอัลเบิร์ต


ทฤษฎีการเรียนรู้

1. ทฤษฎีการสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง (Associative Theory)

รูปแบบการให้การเสริมแรง ในการทดลองของสกินเนอร์ ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือกระทำเอง ดังนั้นระยะเวลาในการให้การเสริมแรงจะมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้มาก ตารางการให้การเสริมแรง สามารถแยกออกได้ ดังภาพที่ 9.12

ตารางการเสริมแรง
ลักษณะ
ตัวอย่าง
การเสริมแรงทุกครั้ง (Continuous) เป็นการเสริมแรงทุกครั้งที่แสดงพฤติกรรม ทุกครั้งที่เปิดโทรทัศน์แล้วเห็นภาพ
การเสริมแรงความช่วงเวลาที่
แน่นอน (Fixed - Interval)
ให้การเสริมแรงตามช่วงเวลาที่กำหนด ทุก ๆ สัปดาห์ผู้สอนจะทำการทดสอบ
การเสริมแรงตามช่วงเวลาที่
ไม่แน่นอน(Variable- Interval)
ให้การเสริมแรงตามระยะเวลาที่ไม่แน่นอน ผู้สอนสุ่มทดสอบตามช่วงเวลาที่ต้องการ
การเสริมแรงตามจำนวนครั้ง
ของการตอบสนองที่แน่นอน
(Fixed - Ratio)
ให้การเสริมแรงโดยดูจากจำนวนครั้งของการตอบสนองที่ถูกต้องด้วยอัตราที่แน่นอน การจ่ายค่าแรงตามชิ้นงานที่ทำได้
การเสริมแรงตามจำนวนครั้ง
ของการตอบสนองที่ไม่แน่นอน
(Variable - Ratio)
ให้การเสริมแรงตามจำนวนครั้งของการตอบสนองแบบไม่แน่นอน การได้รับรางวัลจากเครื่องเล่นสล๊อตมาชีน(Slot machines)

คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 9.12 ตารางการเสริมแรง
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 9.13 การทดลองของวัตสันกับอัลเบิร์ต


- Behavioral Theory : ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม

ผู้นำของกลุ่มนี้คือ จอห์น บี วัตสัน (John B. Watson) ค.ศ. 1878-1958 วัตสันเป็นศิษย์ของวิลเลียม เจมส์ สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ภายหลังแยกออกมาจากเจมส์เพราะมีความเห็น ไม่ตรงกับเจมส์ เกี่ยวกับวิธีการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ด้วยวิธีการตรวจสอบตนเอง ว่าไม่มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์ เชื่อถือได้ยากเพราะขึ้นอยู่กับความรู้สึกส่วนตัว มีแนวโน้มที่จะมีอคติ หรือเอนเอียงไปทางหนึ่งทางใดตามความรู้สึกของ ผู้ศึกษามาก จอห์น บี วัตสัน (John B. Watson) ได้เขียนหนังสือชื่อ Behaviorism ในปี ค.ศ. 1930 เสนอให้ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ (behavior) ซึ่งสังเกตและมองเห็นได้มากกว่าจิตใจที่อยู่ภายใน และสรุปว่าการศึกษาพฤติกรรมเป็นวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์ ทำให้วัตสันได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่หรือบิดาแห่งพฤติกรรมศาสตร์

ทฤษฎีการวางเงื่อนไขของ Watson ได้นำผลการศึกษาของ Pavlov มาใช้กับคนโดยทำให้คนเกิดความรู้สึกและมีอารมณ์ เขาได้ใช้หนูสีขาวมาให้เด็กชายชื่อ อัลเบิร์ต (Albert) อายุ 11 เดือน อัลเบิร์ตเห็นหนูสีขาวก็มาเล่นด้วยโดยไม่มีความกลัว วันหนึ่งขณะที่อัลเบิร์ตเอื้อมมือไปจับ หนูขาว วัตสันตีฉาบเหล็กเสียงดังสนั่นทางด้านหลังอัลเบิร์ตทำให้อัลเบิร์ตตกใจกลัวสั่นและร้องไห้ จากนั้นอัลเบิร์ตเห็นหนูขาวก็จะตกใจกลัวและร้องไห้ไม่ยอมเข้าใกล้หนูขาวอีกเลย ลักษณะนี้เป็นการทดลองที่วางเงื่อนไขปฏิบัติเช่นเดียวกับพาฟลอฟ

วัตสันสรุปว่า ความยุ่งยากซับซ้อนทางอารมณ์ของคนเราทุกวันนี้ได้พัฒนามาจากการวางเงื่อนไขสิ่งเร้าต่างๆ
(ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2546)