หน้าแรก     สารบัญ     พิมพ์     ออก
กลับ 6/11 ต่อไป
วิชาเทคนิคการพัฒนาบุคลิกภาพ : รหัสวิชา 01-220-009
หน่วยที่ 4 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อบุคลิกภาพ (ต่อ) - อิทธิพลของสังคม - ก) อิทธิพลของระเบียบประเพณีและวัฒนธรรม

ภาพที่ 4.4 กลุ่มสังคมที่เด็กสังกัดอยู่
จึงนับว่ามีอิทธิพลในการสร้างบุคลิกภาพเป็นอย่างยิ่ง


อิทธิพลของสังคม

ก) อิทธิพลของระเบียบประเพณีและวัฒนธรรม

- การปรับตัวตามแบบแผนของวัฒนธรรม
- การศึกษาของนักมนุษย์วิทยาเกี่ยวกับโครงสร้างของสังคมกับบุคลิกภาพ

การปรับตัวตามแบบแผนของวัฒนธรรม
นักมนุษย์วิทยาได้ค้นพบว่า ในบรรดาคนโบราณแต่ละกลุ่มแต่ละเหล่า ต่างก็มีแบบแผนของ ระเบียบประเพณีและวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มของตน ซึ่งกำหนดมาตรฐานของพฤติกรรม ที่คนในกลุ่มเห็นว่าดีงามไว้ ฉะนั้นเด็กที่เกิดมาจึงตกอยู่ใต้อิทธิพลข้อนี้อย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องพยายามปรับตัว และสร้างบุคลิกลักษณะให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ การประพฤติปฏิบัติของกลุ่มให้มาก
ที่สุด

กฎเกณฑ์หรือระเบียบแบบแผนที่เป็นมาตรฐานสำหรับการประพฤติปฏิบัตินี้ อาจตั้งขึ้นโดยผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งเป็นที่เคารพยำเกรงและเป็นผู้มีอำนาจใน การปกครอง คนกลุ่มนั้น เช่นพระเจ้าแผ่นดิน
ผู้ปกครองประเทศ หัวหน้าเผ่า หรือผู้นำทางศาสนา เนื่องจากเหตุนี้เองบุคลิกภาพของคนในสังคมจึงพัฒนามาจากมาตรฐาน และ ระเบียบแบบแผนของสังคมที่ตนเกิดมาและสังกัดอยู่ โดยที่
คลิกเพื่อดูภาพขยาย ภาพที่ 4.4 กลุ่มสังคมที่เราสังกัดอยู่จึงนับว่ามีอิทธิพลในการสร้างบุคลิกภาพเป็นอย่างยิ่ง
คนเหล่านั้นก็อาจไม่รู้ที่มา ของกฎเกณฑ์และระเบียบแบบแผนที่ตนต้องยึดมั่นปฏิบัติตาม หรืออาจไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่า
เหตุใดตนจึงต้อง ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนเหล่านั้นทั้งๆ ที่บางครั้งระเบียบ ปฏิบัติบางอย่างก็ขัดต่อความจริงและต่อความรู้สึกอันแท้จริงของตัวเองด้วย ดังที่เรามักจะได้ศึกษาพบว่าสังคมที่ยิ่งล้าหลังและห่างไกลความเจริญมากเพียงใด ยิ่งมีระเบียบแแบบแผนและมาตรฐานการประพฤติปฏิบัติที่เคร่งครัดและ เข้มงวดกวดขันมากเพียงนั้นเช่นระเบียบประเพณีของพวกชาวป่า ชาวเขา ชาวเกาะเผ่าต่างๆ เป็นต้น

การเลียนแบบและการปฏิบัติตามระเบียบประเพณีจึงนับว่ามีส่วนสร้างบุคลิกภาพการศึกษาค้นคว้าหลายอัน
ได้ชี้ ให้เห็นว่า ลักษณะพฤติกรรมบางอย่างไม่ว่าของเด็กหรือของผู้ใหญ่เกิดจากระเบียบประเพณีของครอบครัว และหลักศีลธรรมจรรยา ของสังคมที่ตนสังกัด ตัวอย่างเช่น ชาวจีนในสมัยโบราณปฏิบัติตามคำสอนของท่านศาสดาขงจื้อสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนซึ่งนับเวลาได้หลายศตวรรษ คำสอนของขงจื้อเน้นหลักที่ความเป็นผู้มีศีลธรรมดีงาม และศีลธรรมนี่เอง
จึงเป็นสิ่ง ที่มีอิทธิพลยิ่งต่อบุคลิกภาพของคนจีน โดยเฉพาะในด้านการประพฤติดีประพฤติชอบต่อผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง คำสอนของขงจื้อ เน้นความผูกพันและการปฏิบัติตนระหว่างบุคคล 5 จำพวก คือ ผู้ปกครองกับขุนนาง บิดากับบุตรชาย พี่ชายกับน้องชาย สามีกับภริยาและมิตรกับมิตร นอกจากนี้ขงจื้อยังได้เพิ่มบุคคลอีกจำพวกหนึ่งเข้าไปด้วย กล่าวคือได้ย้ำ ความสัมพันธ์และการปฏิบัติตนระหว่างครูกับศิษย์ ท่านศาสดาผู้เป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้ได้สั่งสอนไว้ด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 6 จำพวกดังกล่าวแล้วนี้เป็นสิ่งที่ชาวจีนจะต้องยอมรับนับถือว่าเป็นคำสอนที่ศักดิ์สิทธิ์และ เป็นสิ่งดีสิ่งชอบที่ชาวจีน
ทุกคนต้องประพฤติปฏิบัติตลอดชั่วชีวิต กล่าวง่ายๆ ก็คือ บุตรชายจะต้องกตัญญูรู้คุณและ เคารพนับถือบิดาของตนตลอดไป ไม่ว่าบิดาจะประพฤติมิดีมิงามอย่างไรก็ตาม หรือในแง่มิตร ก็จะต้องถือว่ามิตร ก็คือมิตรตลอดกาล และจะต้องพยายามรักษามิตรภาพให้อยู่ยั่งยืนตลอดไป แม้ว่าเพื่อนจะประพฤติผิดศีลธรรมของสังคมอย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเช่นนี้ว่านี้ขัดต่อความเป็นจริง และขัดต่อความรู้สึกอันแท้จริงของผู้ปฏิบัติ แต่คนจีนในสมัยโบราณก็จำเป็นต้องยึดมั่นถือมั่นในหลักปฏิบัติเหล่านี้ให้ได้ไม่ว่าจะรู้สึกขัดขืนใจอย่างไรก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมและสังคมต่อการปรับตัวและบุคลิกภาพได้เป็นอย่างดี

ในสังคมที่เจริญแล้วก็เช่นกัน เด็กที่เกิดมาในสังคมกลุ่มใดย่อมต้องสร้างแบบของบุคลิกภาพให้สอดคล้องกับระเบียบประเพณี และวัฒนธรรมอันเป็นมาตรฐานของสังคมกลุ่มนั้น ดังนั้นกลุ่มสังคมที่เด็กสังกัดอยู่จึงนับว่ามีอิทธิพลในการสร้างบุคลิกภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิธีการในการเลี้ยงดูเด็ก วิธีการอบรมสั่งสอน ตลอดจนแบบอย่างที่เด็กลอกเลียน จากการที่ได้สังคมเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นที่อยู่นอกวงครอบครัวนับว่ามีความสำคัญต่อบุคลิกภาพของเด็กมาก และเนื่องจากอิทธิพลของกลุ่มสังคมนี้เองที่ทำให้ผู้ที่สังกัดกลุ่มสังคมเดียวกันมีแบบแผนของบุคลิกภาพคล้ายคลึงในทำนองเดียวกัน และแตกต่างไปจากแบบแผนของบุคลิกภาพของคนในกลุ่มสังคมอื่น

สังคมแต่ละแห่งยังประกอบด้วยสถาบันทางสังคมย่อยๆ ที่คนต้องเกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตตั้งแต่แรกเกิดจนตาย อาทิ บ้าน โรงเรียน สถาบันทางศาสนา เช่นวัด โบสถ์ ตลอดจนถึงประเทศชาติ เป็นต้น ต่างก็มีแบบเฉพาะตัวในการฝึกฝน
การสังคมแก่เด็ก โดยอาศัยการสั่งสอนโดยตรงหรือทางอ้อมก็ตาม ให้เด็กได้เข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดตลอดจนลักษณะพฤติกรรมต่างๆ ที่เด็กจะต้องรับและปฏิบัติตาม ผู้ใหญ่จะสอนให้เด็กรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรอย่างไร และผลจะเป็นอย่างไร
ดังนั้นในการดำเนินชีวิต เด็กจึงสังเกตดูผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างและคอยลอกเลียนแบบอย่างจากผู้ใหญ่

คนปกติธรรมดาย่อมไม่ปรารถนาจะทำอะไรต่อต้านหรือขัดแย้งกับผู้ใหญ่ หรือมาตรฐานที่สังคมยอมรับ เพราะ
จะทำให้ชีวิตหมดความสุข มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม จึงปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกลุ่มร่วมพวกอย่างเป็นสุขราบรื่น โดยทำตัวให้เป็นที่ยอมรับของคนในกลุ่ม ฉะนั้นในการดำเนินชีวิต คนเราจึงพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับวิถีทางที่สังคมคาดหวังไว้และเรียนรู้ค่านิยมที่สังคมกำหนด ทั้งนี้นับว่าเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพไปในตัว โดยเริ่มจากสถาบันทางสังคมเบื้องต้น คือ
ครอบครัว

นอกจากนี้ระเบียบวัฒนธรรมไม่เพียงกำหนดแบบแผนให้แก่สมาชิกในกลุ่มเท่านั้น หากยังชี้ให้เห็นความสำคัญของการที่คนเราจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีอาชีพที่เหมาะสม และปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทเพศของตนให้ดีที่สุด